นักธุรกิจคือนักแก้ปัญหา เพียงแค่อ่านหนังสือจะไม่รู้ซึ้งและเข้าใจความหมายของคำนี้เท่ากับการลงมือทำ เพราะหากได้ลงมือปลุกปั้นธุรกิจแล้วจะรู้ว่า ปัญหาพร้อมถาโถมโจมตีเราตลอดเวลา บางปัญหาอาจเหมือนลมแรงพัดผ่านก่อความเสียหายเล็กๆให้เจ็บใจจี๊ดๆ แต่บางปัญหานี่เหมือนพายุเฮอริเคนกระหนำซ้ำจนล้มแล้วล้มอีกไม่ให้เวลาตั้งตัวกันบ้างเลย แต่ไม่ว่าปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่ ทุกปัญหาเข้ามาและก็ผ่านไปเหมือนลมพายุ ไม่มีปัญหาไหนอยู่กับเราตลอดไปหรอกเชื่อซิ

                ในกระบวนการตัดเย็บเสื้อผ้า จะเริ่มจากการที่เราเอาแบบไปให้ช่างแพทเทิรนแกะแบบ โต๊ะตัดบางที่จะมีช่างแพทเทิรน์เจ้าประจำอยู่แล้ว เราสามารถส่งแบบผ่านโต๊ะตัดได้เลย ช่างคนแรกของเราแกะแพทเทิรนออกมาสวยสมใจเห็นงานแล้วโล่งอก แต่ช่างอีกคนหนึ่งงานแพทเทิรนล่าช้าและเมื่อแกะผลงานออกมาสร้างความเซอรไพรสให้กับเราอย่างสุดซึ้ง ชุดเดรสของเราเหมือนชุดคลุมท้องราวกับแกะ ไม่เข้ารูป ไม่มีโค้งเว้า เรายืนกำแพทเทิรน์สตันอยู่หลายนาที เรามีทางออกอยู่สองทางคือ ส่งแพทเทรินให้ช่างแก้ใหม่กับหาช่างคนใหม่ทำแพทเทิรน เราเลือกตัวเลือกหลัง ยอมกัดฟันเสียเงินค่าแพทเทรินฟรีๆดีกว่ายอมเสียเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ซึ่งต้องลุ้นอีกว่าแพทเทิรนจะออกมาตรงใจหรือไม่

                ปัญหาแพทเทิรนจบ ปัญหาผ้ายังไม่จบ ดูเหมือนปัญหาจะเข้าคิวโจมตีเราอยู่เนืองๆปัญหานึงจบปุ๊บอีกปัญหาเกิดปั๊บ ขอเวลาหายใจบ้างก็ได้ คราวนี้ช่างคนแรกโทรมาบอกว่าผ้าสีชมพูเมื่อตัดแล้วสีไม่สม่ำเสมอ ตอนกางผ้าออกเป็นผืนยาวจะไม่เห็นความต่างของสี จะเห็นได้ต่อเมื่อตัดและประกบเย็บ อยู่ดีๆผ้าก็อยากจะเล่นกลแผงฤทธิ์สะอย่างงั้น ช่างให้เราซื้อผ้าใหม่อีก 20 หลา นั่นหมายถึงเราต้องแบกรับต้นทุนค่าผ้าที่เพิ่มขึ้น ต้องเสียค่าเดินทาง เสียค่าส่งผ้า เราตัดสินใจให้ช่างตัดกางเกงเท่าที่ผ้าส่วนดีจะพอตัดได้ ส่วนผ้าที่สีไม่สม่ำเสมอเมื่อนำมาตัดกางเกง หากมองไกลๆแทบไม่เห็นความแตกต่าง ต้องจ้องระยะประชิดจริงๆถึงจะเห็นความต่างของเฉดสี กางเกงส่วนนี้เราจะเอาไว้เซลล์ราคาเท่าทุน

                เราได้กางเกงเอี๊ยมทั้งขาสั้นขายาวเมื่อขนถุงผ้ากลับมาเช็คจำนวนทำสต๊อคที่หอเจอสายเอี๊ยมบางส่วนลืมเย็บขอบผ้า ปัญหาบังเกิดแม้ขั้นตอนสุดท้าย ครั้งนี้เป็นความสะเพร่าของเราเองที่ไม่ยอมเช็คให้ถี่ถ้วน โชคดีที่สายเอี๊ยมส่วนมากยังเรียบร้อยก็เลยขายอันที่เรียบร้อยไปพลางๆก่อน

                เมื่อสต๊อคกางเกงอยู่ในกำมือเราวางแผนกระจายสินค้าให้เร็วที่สุดจะได้แปลงสิ่งของให้กลายเป็นเงิน การกระจายทางออนไลนเริ่มต้นด้วยการถ่ายแบบ วันที่ถ่ายแบบปัญหาตามรังควาน เราฝากพารทเนอร์ดูแลเรื่องการถ่ายแบบ วันนั้นนางแบบติดเรียนช่วงบ่าย ตากล้องต้องรีบไปอบรม ร้านกาแฟไล่ที่ไม่ให้ถ่าย  ครึ่งวันถ่ายได้แค่เซทเดียวเสียเวลาและเสียเงินแถมปล่อยของล่าช้าอีก ถ่ายครั้งที่สองเราเลยวางแผนทุกขั้นตอนและไปถ่ายตั้งแต่เช้า โชคดีที่นางแบบเป็นน้องหรีดที่คณะและตากล้องเป็นพี่ที่รู้จักก็เลยได้ราคาพี่น้อง เมื่อรูปออกมาเรายิ้มปากกว้างเลย มันเป็นมุมแฟชั่นที่แปลกไม่ซ้ำใคร

                ส่วนทางออฟไลน์เราเริ่มหาบูทลง การหาบูธเสาร์อาทิตย์ดีๆไม่ใช่เรื่องง่าย เราเริ่มจากไปเซอร์เวย์สถานที่ว่ามีคนเดินเยอะมั้ย คนเดินส่วนใหญ่จับจ่ายใช้เงินหรือเดินดูอย่างเดียวไม่ควักกระเป๋าเลย ประกอบกับอายุเรายังไม่เกิน25 ก็จะใช้สิทธิเช่าพื้นที่ขายราคาถูกได้ในบางพื้นที่ ช่วงนี้เป็นหน้าฝนเราหลีกเลี่ยงตลาดกลางคืนกลางแจ้งเพราะยังไม่มีรถและถ้ากางเกงเปียกไม่คุ้ม กว่าจะได้บูธถูกดูดพลังไปมาก

                (ใครอยากหาพื้นที่ขายของแนะนำให้หาจากเว็บทำเลขายของ และค่อยไปสำรวจสแกนบูธดีที่น่าสนใจ)

                เมื่อมองย้อนกลับไปปัญหาซุกซ้อนอยู่ในทุกขั้นตอน ถ้าเรามองว่าปัญหามันเยอะเราจะเหนื่อยเราจะท้อ ช่วงแรกๆเราก็อารมณ์เสียเราหน้ามุ่ยเราเซ็งเราเครียด แต่ตอนนี้เราพยายามปรับมุมมองเราเลือกขอบคุณทุกปัญหาที่กระหน่ำเข้ามาทดสอบเรา เพราะเราเชื่อว่าถ้าเราสามารถก้าวผ่านทุกปัญหาได้ เราจะเข้มแข็งขึ้น

                สุดท้ายขอบคุณทุกปัญหาที่ทำให้เรามีเรื่องเล่าแชร์ให้ทุกคนอ่าน ^^

edit @ 3 Oct 2014 10:14:36 by JupaJhups

 

  พอบอกว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าคนรอบตัวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกาะกระแสพร้อมตีตราความฝันเล็กๆนี้ว่าเป็นความคิดที่ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวซักเท่าไหร่นัก ไม่น่าแปลกที่ได้เสียงตอบรับบั่นทอนพลังใจก็คนขายเสื้อผ้าในโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์เยอะแยะเต็มไปหมด แค่คิดจะเบียดเสียดกลุ่มคนที่มาก่อนและแจ้งเกิดแบรนด์ของตัวเองก็เริ่มหายใจติดขัด มันไม่ง่ายเลยจริงๆแต่ใครจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มกัน 

ก่อนจะลุยเรื่องการผลิตเราวางแผนเรื่องแบรนด์ก่อน เริ่มจากเลือกPosition ของแบรนด์ว่าจะเป็นแบรด์เสื้อผ้าระดับพรีเมียม ระดับแพทตินัมหรือระดับไหน วางตำแหน่งแห่งหนของแบรนด์แล้วก็ต่อด้วยวิเคราะห์คู่แข่งคร่าวๆจะได้รู้จุดอ่อนจุดแข็งของแบรนด์เขาและแบรนด์เรา นักการตลาดในทีวีชอบพูดบ่อยๆว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

ขั้นต่อมาก็เริ่มวางConcept สร้างจุดแตกต่าง กำหนดMood and Tone ของแบรนด์ เราเป็นคนชอบกินขนมและชอบทำขนมมาก ความหวานของขนมช่วยให้เรามีพลังและสุขใจ เราก็เลยอยากสร้างแบรนด์เสื้อผ้าที่มีแรงบันดาลใจมาจากความหวานของขนม 

พับแพลนเก็บไว้ในลิ้นชักและลุยเรื่องการผลิต เราเริ่มต้นจากคนที่ไม่รู้เรื่องเสื้อผ้าแม้แต่น้อย ต้องสืบเสาะข้อมูลเสื้อผ้าใส่หัวให้มากที่สุด  สองเรื่องที่ต้องรู้ในขั้นเริ่มคือ ช่างและผ้า   เราโทรหาช่างทั้งแบบเจ้าของโรงงานและโต๊ะตัดขนาดย่อม แบบโรงงานจะเปิดโต๊ะตัดให้ก็ต่อเมื่อมีออร์เดอรขั้นต่ำ 300 ตัวต่อแบบ เมื่อคูณจำนวนตัวเข้ากับราคาตัด โอ้แม่เจ้า!!เข่าอ่อนเลยทีเดียว เราเป็นแบรนด์เริ่มต้นตัดเยอะขนาดนั้นไม่ไหวจึงหาที่ตัดเล็กๆเหมาะกับแบรนด์จิ๋วๆแบบเรา เราโทรถามรายละเอียดหลายเจ้ามาก ถามค่าแพทเทิรน ค่าตัด ค่าเย็บ เราโทรหาจนเจอช่างที่ลงตัว ราคารับได้ พูดคุยรู้เรื่อง รับทั้งตัดเย็บ มีช่างแพทเทิร์น เราติดต่อช่าง 2 คน คนแรกให้ตัดกางเกง คนที่สองให้ตัดเดรส เลือก2คนเพราะใช้หลักกระจายความเสี่ยง ไม่ทิ้งไข่ทั้งหมดในตะกร้าเดียว ฮ่าฮ่า ลืมไปว่าทำแบรนด์เสื้อผ้าไม่ได้เล่นหุ้น เมื่อเจอช่างถูกใจเรานัดดูสถานที่ตัดเย็บ พูดคุยเรื่องแบบและแพทเทิรน ที่สำคัญไม่ต้องวางเงินนะจ๊ะ งานเสร็จค่อยจ่ายเงิน

เคล็ดลับในการเลือกช่าง แนะนำอย่าเน้นความถูกเพียงอย่างเดียว เราเจอช่างราคาถูกแต่คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง ให้คำแนะนำไม่ค่อยได้ แพทเทิรนล่าช้า ตัดผ้าไม่เก่งเปลืองผ้ามหาศาล แต่ช่างอีกคนราคาแพงกว่าแนะนำได้ทุกสิ่งทุกอย่างปรึกษาได้ทุกเรื่อง ทำงานเร็วช่วยเราแนะนำแหล่งซื้อของถูก ตัดผ้าได้ประหยัดมาก คือช่างคนนี้ไม่ใช่แค่ช่างตัดเย็บแต่เป็นครูสอนเรา

หาใครกำลังมองหาช่างลองเข้า http://www.thaipattern.com/garmentjob/index.php อย่าลืมโทรหาหลายๆคน แต่ถ้าใครอยากได้ช่างประจำของเราจริงติดต่อมานะเดี๋ยวเราแนะนำให้

หมดเรื่องปวดหัวไปหนึ่ง เหลือแค่เรื่องผ้า แหล่งซื้อผ้าอย่างที่รู้ๆกันจะมี สำเพ็ง พาหุรัด และแถววัดสนกับหลานหลวง เราซื้อผ้าที่สำเพ็งเพราะซื้อจำนวนเยอะ เกร็ดเล็กที่ควรรู้ก่อนไปซื้อผ้าคือ ผ้ามีสองหน้า หน้า 60 และหน้า45 ถ้าตัดเดรสกับกางเกงขางสั้นใช้หน้า 45ได้แต่ถ้าเป็นขายาวต้องใช้หน้า60 จะได้ไม่เปลืองผ้า การคำนวณผ้าจะมีหน่วยหลากับเมตร 1 หลาจะเท่ากับ 91 เซนติเมตรนิดๆ คือหลาจะสั้นกว่าเมตร เผื่อช่างตัดผ้าถามจะได้ไม่งงแบเรา การซื้อผ้าถ้าซื้อม้วนสุดท้ายจะได้ราคาถูกแต่ถ้าผ้ามีปัญหาเช่นสีไม่เท่ากัน เราเดือดร้อนหนักหาผ้าแบบเดิมไม่ได้แล้วก็ต้องชั่งใจเอา

ส่วนพวกกระดุม ซิป อุปกรณ์จุกจิกแนะนำอย่าซื้อสำเพ็งราคาหน้าเลือดไปนิดนึง ถ้าอยากได้ราคาเป็นมิตรแนะนำฝั่งตรงข้ามแพททินัม เราซื้อซิปที่สำเพ็งตกอันละ 4บาท แต่ฝั่งตรงข้ามแพทินัมแค่ 2บาท ราคาถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง หน้าซีดเลย

         กว่าจะได้เสื้อผ้าสวยๆหนึ่งคอเลคชั่นแลกด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย เรากับพี่ผู้หญิงตัวเล็กสองคนที่สูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรขนผ้าสามถุงใหญ่กับอีกสองม้วนจากสำเพ็งมาที่หอพักแถวลาดพร้าว รถยนตร์ไม่มี ใช้บริการรถเมลกับแท๊กซี่ เงินทุนมีน้อยนิดเพียงหยิบมือ แต่สิ่งที่เรามีไม่น้อยกว่าคนอื่นคือใจสู้ๆ อย่างที่บอกใครจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มกัน 

 

edit @ 16 Sep 2014 14:26:19 by JupaJhups

edit @ 16 Sep 2014 14:27:12 by JupaJhups

edit @ 22 Sep 2014 17:55:42 by JupaJhups

เงินงอกเงย

posted on 12 Feb 2013 21:26 by jupajhups in Travel directory Travel
 

            งานเบาเงินน้อย งานน้อยเพื่อนเยอะ งานเยอะเงินเยอะ เงินเยอะเที่ยวน้อย เงินน้อยเพื่อนเยอะ เพื่อนเยอะเที่ยวเยอะ โอ้ย! แล้วงานแบบไหนกันที่เหมาะกับเรา คนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคงเป็น ตัวเราเอง

                งานในประเทศอเมริกามีให้เลือกเยอะแยะมากมายดั่งปลาแหวกหวายในมหาสมุทรก็จริง แต่งานที่พอเหมาะสำหรับเรา มีไม่มากหรอก และไอ้ตัว List งานยาวเหยียดชวนตาลาย หากแบ่งตามสถานที่ทำงานจะเหลือเพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น

                งานสวนสนุกและสวนน้ำ งานสวนสนุกถ้าเป็น six flage ขอบอกว่าอย่าได้หวังเรื่องเงินเพราะเงินได้น้อยมากเพราะค่าบ้านและค่าเดินทางไปทำงานแพงขูดเลือดขูดเนื้อ six flageบางที่เวลาทำงานน้อย ส่วนตำแหน่งหลักๆก็จะมีคุมเครื่องเล่น ทำความสะอาดหรือขายอาหาร

 ส่วนงานสวนน้ำส่วนใหญ่จะเน้นงาน life guard เงินดี ชุดทำงานสวย และก็สบาย

                งานโรงแรม  จะเป็นงานจำพวกแม่บ้าน ล้างจาน ทำครัว เสิร์ฟอาหารในกรณีที่โรงแรมใหญ่และมีห้องอาหาร ดีหน่อยก็ได้เป็นพนักงานต้อนรับ แต่ตำแหน่งงานส่วนมากจะเป็นงานแม่บ้าน งานนี้จะเหมาะกับพวกอึดและบึกบึน งานทำความสะอาดแค่ได้ยินชื่อก็เหนื่อยแล้ว แต่หยาดเหงื่อแลกมาด้วยเงินที่สมน้ำสมเนื้อ อย่าได้ดูถูกงานแม่บ้านเชียวนะ เด็กไทยหอบเงินแสนกลับบ้านเพราะงานแม่บ้านมากันหลายรุ่นแล้ว

                งานโรงงาน นึกภาพสาวฉันทนากันออกใช่มั้ย คราวนี้พวกเราจะไปเป็นสาวฉันทนาในต่างแดนกันบ้าง งานโรงงานหนัก เหนื่อย และชั่วโมงเยอะ เหมาะสำหรับพวกร่างกายกำยำแข็งแรง มีความอดทนสูงมากถึงมากที่สุด และอยากขนเงินกลับไทย

                งานร้านอาหาร ตำแหน่งงานร้านอาหารคือ เด็กเก็บโต๊ะ ผู้ช่วยพ่อครัว ล้างจานทำความสะอาด ถ้าภาษาเลิศก็ได้เป็นเด็กเสิร์ฟ ตำแหน่งที่ทุกคนหมายปองเพราะได้ทริปดีและได้ฝึกภาษา

                งานร้านFast Food นึกถึง Fast Food นึกถึง Mac Donald แต่ในอเมริกาไม่ได้มีแค่ MaC เท่านั้นแต่ยังมี Windy Harley และอีกหลายแห่งที่ขายอาหารแนวๆนี้ งานตามร้านพวกนี้คือแคชเชียร์ ทำอาหาร เตรียมอาหาร ทำความสะอาด ถ้านึกภาพไม่ออกลองไปถามคนทำงานMacหรือ KFC ในเมืองไทยได้ รับรองว่าลักษณะงานไม่ต่างกันซักเท่าไหร่

                งานซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่จะเป็นงานแคชเชียร์ งานจำพวกนี้เหมือนงานฝาแฝดกับพนักงานโลตัสเมืองไทย จะมีข้อต่างแค่เรื่องสัญชาติเท่านั้นเอง

                งานขายของตามซุ้ม ร้านค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยว เป็นงานขายของเช่นของที่ระลึก หรือถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยว

                ช้าก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนผลีผลามเลือกงาน ก่อนจะเลือกงาน เราต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน ตัดขาดกับSocial network และเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายชั่วคราว ใช้เวลาอยู่กับตัวเองตามลำพังและกระซิบถามตัวเองเบาๆว่าแท้จริงแล้วต้องการอะไรจากการไปทำงานในครั้งนี้  ไม่ต้องใจร้อน ค่อยๆคิดและหาคำตอบ

ฉันใช้เวลาเกือบสัปดาห์ในการค้นหาคำตอบ บางครั้งฉันมีความรู้เรื่องอื่นมากมาย ในสมองมีมาตรากฎหมายเต็มหัว แถมรู้เรื่องชาวบ้านที่เพื่อนๆขยันเล่าหมั่นบอก แต่เมื่อหันมองตัวเอง ฉันแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ

                เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองฉันจึงคิดหลักพิจารณาว่างานว่างานใดใช่ งานใดชอบ และงานใดเมินหนี โดยมีหลักง่ายๆนิดเดียว

                จำนวนผู้ร่วมเดินทาง  งานแต่ละงานจะรับจำนวนคนเข้าทำงานไม่เหมือนกัน บางที่รับเพียงสองคนเท่านั้น แต่บางที่รับเยอะจนถึงกับอึ้งก็มี ส่วนมากงานสวนสนุก Six Flage และงาน ซุปเปอร์มากร์เก็ต Winn Dixie จะเป็นงานหลักที่รับคนเยอะแบบว่าสองที่นี่ต้องการแรงงานต่างภาษาเยอะเป็นพิเศษ

                ภาษาพาเจริญ งานบางงานจะช่วยฝึกภาษาเพราะมีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษเยอะ เช่นงานเด็กเสริฟ งานสวนสนุก แต่สำหรับบางงานเช่นงานแม่บ้าน วันๆเจอแต่เตียง จะฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเตียงคงจะเป็นบ้าเสียก่อนพูดภาษาอังกฤษคล่อง งานจำพวกนี้ก็จะมีโอกาสพูดภาษาอังกฤษน้อย หากอยากไปเพื่อฝึกภาษาจงเลือกงานที่ได้ใช้ภาษา จะได้มีโอกาสฝึกพูดอังกฤษอย่างเต็มที ไหนๆมาทั้งทีต้องตักตวงความรู้ให้คุ้ม

                Money Money Money สำหรับคนที่อยากเก็บเงินขอแนะนำให้ดูตัวเลขในสามช่องต่อไปนี้ ช่องแรก รายได้ ช่องที่สองชั่วโมงการทำงาน และช่องที่สาม ค่าเช่าบ้าน ถ้ารายได้มาก ชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์มาก และค่าเช่าบ้านถูก รับรองว่าได้ขนเงินกลับไทยสมใจแน่ หากอยากรู้ว่างานที่เลือกจะได้เงินเท่าไหร่กลับเมืองไทยให้ใช้สูตรคำนวณง่ายๆระดับประถมต้น คือ (รายได้ * ชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์  - ค่าเช่าบ้าน) * จำนวนสัปดาห์ทั้งหมดที่ต้องทำงาน เราจะได้จำนวนเงินเป็นหน่วยดอลล่า นำตัวเลขที่ได้มาคูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ก็จะได้จำนวนเงินเป็นหน่วยบาท เช่น ฉันทำงานที่six flage ได้ค่าจ้าง 7.5 ดอลล่า ต่อชั่วโมง ทำงานขั้นต่ำ 32 สัปดาห์ต่อชั่วโมง และต้องจ่ายค่าบ้าน 125 ดอลล่า ฉันทำงานรวม สองเดือน คือแปดสัปดาห์ เมื่อได้ตัวเลขครบนำมาเข้าสูตรเด็กประถมต้นของเรา( 7.5 * 32 – 125) * 8 = 920 ดอลล่าเปลี่ยน 920 ดอลล่าเป็นหน่วยบาทก็จะได้เงินเกือบสามหมื่นบาท เรื่องเงินเรื่องสุดท้ายที่อย่าลืมคิดคือเงินค่ามัดจำบ้าน บางงานต้องจ่ายค่ามัดจำบ้าน ถ้าโชคดีก็จ่ายค่ามัดจำบ้านคืนทีหลัง แต่ถ้าโชคร้ายก็ไม่จ่ายคืน เพราะฉะนั้นเงินค่ามัดจำบ้านก็ควรนำมาคิดด้วย ถ้าไม่อยากวุ่นวายตามทวงค่ามัดจำบ้านคืนก็ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงงานที่มีค่ามัดจำบ้านซะ

                ท่องเที่ยวในอเมริกาแสนกว้าง อเมริกามีเมืองใหญ่สองเมืองที่น่าเที่ยวคือ California และ New York น่าเสียดายที่เมืองสองเมืองอยู่ห่างกันคนละฝั่งของอเมริกา หากใครอยากรู้ว่าเมืองสองเมืองนี้แตกต่างกันยังไง ลองดู MV California girl และ New York city เพราะทั้งสองMV ทำให้เรารู้จักสองเมืองนี้คร่าวๆโดยกินเวลาไม่เกินห้านาที

 หลังการทำงาน เด็กเวิร์คทุกคนจะมีเวลาเที่ยวต่ออีกหนึ่งเดือนเต็ม หากใครสมัครใจเที่ยวต่ออย่างลืมวางแผนว่าอยากไปเที่ยวเมืองไหนเป็นพิเศษ จะได้เลือกงานให้อยู่ใกล้เมืองที่เราอยากเที่ยว เพื่อประหยัดงบในการเดินทาง

                ลองถามตัวเองดูซิว่าสำหรับเราอะไรสำคัญเป็นอันดับแรก ภาษา เงิน หรือเที่ยว พิจารณางานที่ตรงกับความต้องการด้านนั้นก่อน ถ้าโชคดีอาจได้งานที่ตอบสนองความต้องการของเราทุกด้านเลยก็ได้

                และฉันก็เจองานที่เกิดมาเพื่อฉัน ฉันเลือกงาน Winn Dixie ทำงานเป็นแคชเชียร์อยู่ที่รัฐฟลอริดา

 รอก่อนนะไมอามี่อีกไม่นานเราจะได้เจอกัน

เมื่อเลือกงานเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปเตรียมตัวสัมภาษณ์โลด